[BT] first call

posted on 13 Sep 2009 23:45 by aidenkrupin  in BT-MyStory

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขัดจังหวะ

 

เอเดนกดรับสาย

 แอ๋วววว~~~~ 

เสียงท้องนายใช่ไหมนั่น เสียงปลายสายตั้งข้อสังเกต ยังไม่กินข้าวอีกเรอะพีทเงียบไปอึดใจ นี่มันจะเที่ยงแล้วสิ ใช่ไหม?”

 

โทรมาทำไมเอเดนพูดเสียงขุ่น เขามักจะหงุดหงิดเสมอในยามเช้า บางคนว่าความดันต่ำ แต่จะอะไรก็ช่างหัวมันเถอะ

 “จะมารายงานว่ากุงเกงในนายถูกโรคจิตขโมยไปดมงั้นรึ” หมาในปากเขาขู่คำรามเสียงดังเชียวแน่ะ 

เอเดนหิว และต้องการอาหาร... เดี๋ยวนี้

 

อุ๊ย ฉันฮ็อตขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่...

 

เอเดนวางสายในฉับพลัน เขาจ้องไข่ดาวในกะทะเขม็ง ถือตะหลิวด้วยท่าทางราวกับกำลังบริกรรมคาถา น้ำมันเบคอนร้อนกำลังดี ไข่แดงสวย เยี่ยม! เขาแทบจะอดใจรอแซะมันมาวางบนขนมปังไม่ไหว...

 

เสียงโทรศัพท์ยังคงโหยหวนกวนประสาท แต่เอเดนจะมีใจรับมันก็ต่อเมื่อกระเพาะของเขาอิ่มเอมแล้วเท่านั้น ชายหนุ่มจัดการกัดอาหารเช้าของเขาไปครึ่งหนึ่ง ดื่มกาแฟอีกอึกใหญ่ๆ

 ช่วงเวลาที่คาโบไฮเดรตผสมผสานกับคาเฟอีนอย่างลงตัว เขาก็นึกคำสรรเสริญพระเจ้า 

ทำไมนายต้องทำตัวหยาบคายด้วยนะพีทบ่นกรอกโทรศัพท์ทันทีที่เขากดรับ

 

นายมันก็แค่คนที่ติดต่อด้วยนานๆที ทำไมจะไม่ล่ะ

 ... เหมือนจะเจ็บว่ะ แต่ไม่ค่อย 

เอเดนพ่นลมหายใจพรืด ขณะที่อีกฝ่ายหัวเราะตอบอย่างภาคภูมิ

 

ถ้าฉันไม่ชินกับนิสัยนายนะเอเดน คงไม่โทรหาจนถึงทุกวันนี้หรอกไอ้เบื้อกเอ๊ย

 

หน้านายมันหนา ฉันรู้เอเดนจัดการอาหารเช้าที่เหลือ เขาตบเศษขนมปังกับกางเกง ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าอ่างล้างมืออยู่ไม่ไกล

 

นายไม่รู้หรือไงว่าวันนี้มันวันอะไร

 ก็ไม่ได้โง่ขนาดลืมดึงปฏิทินแล้วกัน 

พีทถอนใจ “นายทำให้ฉันผิดหวังว่ะเพื่อน”

 นายมีอะไรจะพูดกันแน่เอเดนสวนทันควัน เขารู้ดีทีเดียวว่าอีกฝ่ายไม่ได้ต้องการเสียค่าโทรศัพท์ทางไกลเพื่อเรื่องแค่นี้ ถึงจะดูเหมือนเล่นๆ แต่เขารู้ว่าหมอนี่มันจริงจังกว่าที่แสดงออกเยอะ มันจะชอบจุกจิกจู้จี้ บ่นนู่นบ่นนี้ราวกับแม่บังเกิดเกล้าที่เลี้ยงเขามาสักสามสิบปี แล้วพอถึงวันแม่ปีนี้ เขาอาจจะส่งดอกไม้สักช่อไปให้มันก็ได้ ใครจะรู้ 

ก็ไม่มีอะไรนี่พีทตอบ “แค่ถามดู จะว่าไปนายก็ย้ายเข้าไปได้สักพักแล้วใช่ไหม อย่าปากเสียให้มากนักล่ะ ไอ้คนไม่มีมารยาท

 เรื่องมารยาทฉันไม่ต้องการให้นายมาสอนหรอกถ้าเทียบชั้นกับหมอนั่นแล้ว เขายังห่างกับมันอีกหลายขุม 

เออๆ นายอยากพูดอะไรก็พูดได้ทั้งนั้นล่ะ ว่าแต่... งานใหม่ล่ะเป็นไง

 

ก็ดี

 นั่นคือคำตอบที่ตรงตามความจริงทุกประการ 

ก็ดี?”

 

ใช่ ก็ดี

 

อืม งั้นเรอะ

 

คำตอบสั้นห้วนพอกัน

 วันนี้มันมาแปลก... เอเดนคิด ถ้ามันมาอยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้ หมอนั่นคงจะเห็นว่าตาของเขาขยายกว้างขึ้นกว่าเดิมอีกกี่เท่า หมายความว่ายังไง ไอ้งั้นเรอะ ของนาย... ชายหนุ่มถามกลับ หรือมันอยากจะหาเรื่อง เขาคิด แต่ประโยคต่อมาก็ทำให้เขาต้องชะงักไปอีกรอบ 

น้ำเสียงนายดูปกติดี ผิดกับช่วงก่อนหน้านี้ลิบลับ”

 

เอเดนนิ่งเงียบ จู่ๆนิ้วก็เขาก็บรรเลงเปียโนโซนาต้าอยู่บนขอบแก้ว พลางมองกาแฟสีเข้มข้นนิ่งๆ

 

“...และมันอาจจะหมายความว่า นายพอใจกับสาวรุ่นวัยกระโปรงสั้นกุด เสียงหัวเราะใสๆ คละเคล้ากับก้นแน่นๆ และอกอวบอิ่มของลูกค้าวัยนักเรียนที่เข้ามาในร้าน อาหารตาชั้นดีจะช่วยปลอบประโลมจิตใจหนุ่มผู้ใจบอบช้ำระกำทรวง อืม... ฟังดูเหมือนพล๊อตหนังเอวีนะ ฉันว่า

 

เขาคิดเปลี่ยนใจที่นึกชื่นชมมันไปแวบหนึ่งแล้วในตอนนี้...

 

“มาคิดๆดูแล้วแม่งก็น่าเปิดร้านอยู่หรอกว่ะ”

 

“นายอาจจะลืมไปว่าฉันเคยทำงานในร้านอาหาร” เอเดนบอก แต่พีทไม่สนใจฟัง

 

“อย่ามาแก้ตัว ฉันรู้ว่าฉันมีส่วนผิดที่ทำให้นายกลายเป็นแม่ศรีเรือน พูดแล้วอยากร้องไห้”

 

เอเดนได้ยินเสียงพีทดัดเสียงเศร้าสลดอย่างนึกหมั่นไส้ เขาไม่เข้าใจว่ามันจะข้องใจอะไรกับชีวิตของเขานักหนา เขาก็แค่คนที่มีความสุขกับการใช้ชีวิตเรียบง่ายของตนเอง ทำสวน ปลูกผัก ทำไร่ ซื้อของมาแต่งบ้าน

 

พีทมันเคยพูดกับเขาว่า ดีแล้วที่เขาไม่คิดอย่างเลี้ยงสัตว์ ไม่อย่างนั้นมันจะทำให้เขากลายเป็นแม่บ้านทหารบกเต็มขั้น ทั้งๆที่ความจริงแล้วเขาก็แค่เป็นคนรักความสะอาดก็แค่นั้นเอง

 

รักสะอาดในแบบที่ว่าถือผ้าขี้ริ้วเดินไปเดินมา เหมือนมันเป็นหนังสือโป๊ แล้วเขาเป็นเด็กหนุ่มวัยสิบห้าน่ะนะ

 

“เรื่องรูปล่ะเป็นยังไง” เอเดนเป็นฝ่ายถามขึ้นบ้าง เขาอยากรู้เรื่องนั้นยิ่งกว่าอะไร เพราะตอนนี้เขาต้องใช้ทุนอยู่มาก

 

“นายถามจริงๆเหรอ”

 เสียงของมันไม่น่าฟังเลย แต่สังหรณ์ของเขาแม่นยำนักเชียวกับเรื่องพวกนี้ 

“ขายไม่ออกสักภาพ ไม่ได้สักกะแดงเดียว”

 

“ถ้ามีเรื่องคืบหน้ายังไงก็โทรบอกฉันด้วย” เขาจิบกาแฟเรียบๆ

 

“นายเชื่อจริงๆเหรอวะ ว่ารูปนายมันจะขายได้ ฉันว่าถึงนายให้ฉันจัดการเรื่องแกลลอรี่ แต่มันก็ไร้ประโยชน์น่า สำหรับรสนิยมภาพของนายนะเอเดน และจากความต้องการตลาดตอนนี้...”

 

“อย่ามาพูดภาษาเศรษฐศาสตร์กับฉัน ฉันเคยเตือนแล้วนะ” เอเดนมุ่นคิ้ว

 

“ใช่ซี เรื่องตัวเลขมันไม่ถูกกับใจศิลปินอย่างนาย ถ้าจะให้ฉันแนะนำ ตัดค่าใช้จ่ายเรื่องแกลลอรี่ออกไป ทำเว็บเหมือนเดิม”

 “ฉันเคยบอกนายแล้วเรื่องอินเตอร์เน็ทที่นี่” ทำไมหมอนี่มันเข้าใจอะไรยากเหลือเกิน หรือว่าเขาจะต้องป้อนไอ้ตัวเลขเขียวๆแบบในเรื่องเมทริกซ์ให้ถอดรหัส มันถึงจะคุยกันรู้เรื่อง 

“ไม่ นายไม่เคยบอก อย่าคิดว่าฉันจะลืมไอ้เศษกระดาษที่เขียนมาแค่ตัวเลขไม่กี่ตัวนะ”

 

...

 

“มันมีคนซื้อแล้วกัน”

 “อย่ามาเปลี่ยนเรื่องกลบรอยร้าวบนหน้าตัวเองนะโว้ย! 

“อย่าทำเป็นเล่นนะพีท นายก็รู้ว่าฉันต้องการใช้เงิน” เอเดนบอกอีกฝ่ายเสียงขรึม

 

“ฉันก็บอกนายตามตรงเหมือนกัน ไอ้รูปราคาแพงหูฉี่นั่นไม่มีเศรษฐีที่ไหนจะมาซื้อ หรือสารคดีฉบับไหนจะมาขอเซ็นสัญญากับนายหรอก โธ่เว๊ย”

 

เอเดนนิ่งไป เขาได้ยินเสียงสบถสาบานจากอีกฟากหนึ่ง แล้วจู่ๆฝ่ายนั้นก็ถอนใจ พูดเสียงที่เบาลง และแฝงความเห็นอกเห็นใจไว้อย่าประณีต “กะอีแค่ตกงาน นายอย่าทำตัวเหมือนเด็กๆได้ไหม”

 เขาดีใจที่มันไม่พูดว่าขอโทษออกมา เพราะถ้ามันพูด ก็หมายความว่ามันเห็นด้วยกับสิ่งที่มันพูดทุกประการ 

“ตกงานมันเป็นเรื่องใหญ่” เอเดนเอ่ยชัดถ้อยชัดคำ

 

“กับคนอื่นก็ใช่ กับคนมีครอบครัวอย่างฉันก็ใช่อีก แต่กับคนอย่างแก... ฉันว่ามันไม่ใช่ว่ะ”

 

เอเดนเงียบไปนาน... ก็จริงอย่างที่เพื่อนของเขามันบอก คิดดูอีกทีเขาก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน

 

“...ฉันก็ไม่รู้”

 

“ภาวะแบบนี้เขาเรียกว่าจิตตก อืมๆ”

 

“แกเป็นจิตแพทย์หรือยังไง จะมารู้เรื่องที่ฉันคิดหรือไม่คิด”

 

“ฉันรู้จักแกดีพอแล้วกัน”

 

“ไม่หรอกมั้ง”

 

“ฉันพยายามจะพูดให้นายดีขึ้นแต่ทำไมนายต้องมาทำเสียเรื่องด้วยวะ” หมอนั่นพูดเสียงต่ำที่ไม่ได้ดังไปกว่าเสียงกระซิบ

 “ไม่หรอก นายไม่รู้จักฉันดีพอ” 

“แกอย่ามาทำให้ฉันเป็นห่วงนะไอ้บ้านี่! พีทตะโกนใส่หูโทรศัพท์จนหูของเขาอื้ออึง น้ำเสียงของอีกฝ่ายหมดความอดทน “วันนี้วันเกิดลานา อย่าลืมโทรกลับด้วยไอ้เบื้อกเอ๊ย!

 

มันปาโทรศัพท์ใส่เครื่องดังโครม ทิ้งให้เอเดนกะพริบตาปริบๆอยู่ในครัว

 

สรุปว่า... มันโทรมาเพราะเรื่องนี้เรอะ?

 

...

 จู่ๆเอเดนก็หัวเราะลั่น เขารู้มานานแล้วว่าหมอนี่มันอารมณ์แปรปรวน ก็ใครกันล่ะที่คอยช่วยเคลียร์เรื่องให้หลังจากที่มันไปต่อยชาวบ้านเขาไปทั่ว แต่เขาก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นพวกหน้าบางกับเขาเหมือนกัน สุดท้ายเขาโทรกลับไปที่นั่น พีทรับสายสุภาพ หมอนั่นยังคนั่งอยู่ที่เดิม ไม่ได้ขยับกายออกห่างจากโทรศัพท์ ราวกับว่ารู้ดีว่าเขาจะโทรกลับไป พีททำราวกับว่าทั้งสองเป็นคนแปลกหน้า  เอเดนบอกว่าเขาต้องการคุยกับลานา และมันก็รับคำง่ายๆ ก่อนจะส่งโทรศัพท์ให้เด็กน้อยซึ่งส่งเสียงเจือยแจ้วทันทีที่รู้ว่าเขาโทรหา 

 

เอเดนน่าจะสะกิดใจได้ตั้งแต่ตอนนั้นสินะ

 

นายต้องเป็นพ่อทูนหัวให้ลูกฉัน เข้าใจไหม

 

ทำไมนายถึงอยากให้ฉันเป็นล่ะ

 

ก็เพราะคนเป็นพ่อมันแต่งกับลูกตัวเองไม่ได้น่ะสิไอ้ตูดหมึก!’

 

เจ้าพ่อขี้อิจฉาเอ๊ย...

 

“เป็นห่วงงั้นเหรอ”

 

 

....

  

เอเดนรีบหุบยิ้มทันทีที่รู้ตัว

 

“นายมันกลัวลูกมากกว่าล่ะสิ เจ้าเคราแพะ!

 

ชายหนุ่มโยนโทรศัพท์กลับเข้าเครื่องปึงปัง แล้วเขาก็ใช้เวลาที่เหลือในการนั่งทำหน้าบึ้งตึง สูบบุหรี่ทำลายปอดตัวเองตลอดบ่ายวันเสาร์

 

---------------------------------------------------------------------------

 

เอิ๊ก! แต่งไว้นานแล้วล่ะ

กะว่าจะเอาเทศกาลต้นไม้ลงก่อน แต่....

เทศกาลต้นไม้มีอันเปลี่ยนแผนกะทันหัน

เลยเอามาลงก่อน = =""""

 

ตอนแรกว่าจะแต่งเทศกาลต้นไม้ แต่ไปๆมาๆ อยากลองคอมิคเวอร์ชั่นดูดี(นิดนึง?)ล่ะ!

รอไปก่อนนะสหายยยยยย

จะสำเร็จไหมเนี่ย =_="  

 

วันเกิดลูกชาย? /ปัดไปก่อน =_=a ไว้จะย้อนให้ดีๆนะลูกเอ๋ย

โอ้อ้า เฝ้ารออ่านฟิกน้องใหม่ทุกคน /ส่งวิ้งเรียงตัว เรารอท่านอยู่ อื้ออออ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

คุณพ่อพีทน่ารักค่ะ ว้าวๆๆ คุณพ่อขี้หวง ห่วง น่าแกล้งดีจัง 55+

#1 By akua on 2009-09-14 00:57

แว่บเข้ามาอ่านตั้งกะเมื่อวานค่ะ ว่าจะชิงตอบเป็นเมนต์แรกซะหน่อย แต่ดันเบลอปิดคอมนอนไปเฉยๆ เลย sad smile
อา...อีฟชอบคุณพีทอะ น่ารักอะ 555+ ทำไมอ่านแล้วเกิดจิ้น เอเดน/พีท ขึ้นมาก็ไม่รู้!

#2 By อีฟ on 2009-09-14 11:47

/me มองเม้นต์ข้างบน

ไม่ใช่ "พีท/เอเดน" รึ ? /แสยะยิ้ม

วันเกิดลานาคัมมิ่งส์~~
โตไวๆนะหนูน้อย
เอเดนจะได้ไม่โดนกฏหมายพรากผู้เยาว์ /วิ้งๆๆ

พีทแจ่มไปเลบ ชอบพีท ฮาาา

#3 By Nye on 2009-09-14 18:12

ฮาๆๆๆๆ นายพีทได้ขวัญใจประชาชน ป่านนี้คงลัลล้าไปไกล

เอิ่ม... สองคนนี้... มันมีซัมติงอย่างมีนัยยะสำคัญ กรั่ก!

#4 By Aiden on 2009-09-15 19:36