[BT] Summer set in mid-fall

posted on 04 Dec 2009 10:27 by aidenkrupin  in BT-MyStory

Summer set in mid-fall

 

“ไหนล่ะขยะ”

เอเดนเงยหน้าขึ้นจากกาแฟ

ไนย์ คนเก็บขยะมองเข้ามาในแหล่งกบดานใหม่ของเขาด้วยใบหน้าตายสนิท

ตู้เย็น...

เอเดนยังคงไม่ละจากไอเย็นสีขาวที่ลอยละล่อง เขาจำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าจะมาหยิบนม แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเขาจึงนั่งยองๆแล้วแทบจะคลอเคลียใบหน้ากับชั้นวางไข่ด้วยความรักล้นใจ

 

“สวัสดี”

เอเดนทักทาย ก่อนจะก้าวออกมาจากตู้เย็นเพื่อปะทะกับลมร้อน

เขาเดินลากเท้าเตาะแตะไปหยิบถุงขยะในครัว ไม่ลืมที่จะติดสินบนเล็กๆน้อยๆด้วยไอติมสดซิงหนึ่งก้อนแถมไป ในเมื่อเขามันเห็นแก่ตัวเกินกว่าจะทำอะไรโดยไม่หวังผล

นี่คือการลงทุนเล็กๆ

เพื่อผลประโยชน์ และความสุขในวันข้างหน้า...

หากเขาลืมแยกขยะ

.

.

.

 

 

 

ฉ่า ฉ่า ฉ่า

อาหารเช้ากำลังได้ที่

แต่เขาคิดไปเองหรือเปล่า ที่รู้สึกว่าตัวเองกินน้ำเป็นแก้วที่สี่ในเช้าวันนี้?

.

.

คงงั้น...

.

.

.

 

 

 

 

เอเดนไม่ได้ไปจ็อกกิ้งตอนหกโมงวันนี้ เขาตื่นสาย ไม่มีเวลามากพอที่จะทำไอศครีมได้ครบทุกรสที่ต้องการ ไอศครีมมีพอที่จะเปิดร้านได้ในเวลาอันจำกัดเท่าที่ของหวานในช่องแช่จะเกื้อหนุน...

เขาเขียนป้ายไปแปะหน้าร้านด้วยลายมือหวัดๆของตัวเอง

ปิดครึ่งวัน 

ก่อนจะกลับมาประจำที่ พลางส่งยิ้มแก้ตัว...

 

“ปิดร้านครึ่งวันเหรอคะ โถ” หนึ่งในลูกค้ามองเขาด้วยสายตาเวทนา

 

“ครับ” เอเดนยิ้มเนือยๆ

 

“รักษาสุขภาพด้วยนะคะ”

 

“ครับ” เอเดนยิ้มที่เนือย ที่เนือยยิ่งกว่าเดิม

 

“จะได้กลับมาเปิดร้านเร็วๆ”

 

“ครับ”

 

แล้วก็เนือยได้อีก

 

รอยยิ้มช่วยชีวิตคุณได้เสมอ...

 

ไม่รู้ว่ายิ้มย้วยๆของชายหนุ่มจะได้ผล หรือว่าจะเป็นเหตุผลอื่นกันแน่ที่ลูกค้าแสดงความห่วงใยจนออกนอกหน้าเช่นนี้

 

บางทีที่ว่า...  เจ้าหล่อนอาจห่วงว่าคุณเธอจะต้องงดเสพน้ำตาลประจำวัน

หรือบางทีที่ว่า... เจ้าหล่อนอาจจะห่วงฐานที่มั่นแห่งกรมข่าวสารซึ่งใช้แพร่สะพัดข่าวได้อย่างดีเยี่ยมในช่วงเย็น

 

หรือบางที... เจ้าหล่อนอาจจะพลาดศึกเด็ดประจำวัน

 

ร้านของเอเดนอาจเหมือนสวรรค์ในใจชาย แต่มันคือสมรภูมิของสตรี

นอกจากจะเป็นแหล่งเสพน้ำตาล แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร... แต่ตามหลักแห่งธรรมชาติ ซึ่งเป็นหลักสากลโลก เมื่อสัตว์เพศเมียเกาะกลุ่มกันมากเกินสองตัว สัตว์เพศเมียจะเริ่มประชันความงามแข่งกัน

 

ในกรณีที่สัตว์เพศเมีย เป็นทายาทแห่งโฮโม เซเปียน เซเปียน ดวงตาที่ได้รับการกรีดไอน์ ไลเนอร์ และปัดมาสคาร่าอย่างดีจะเหล่มองโต๊ะข้างเคียง จดจ้องกลุ่มก้อนเนื้อเหนือร่าง พลางแอ่นร่างกายท่อนบนของตัวเองไปด้วยเพื่อประกาศศึกสงคราม แล้วจึงค่อยสำรวจเครื่องสำอางค์ ทรงผม ตลอดจนสไตล์ของฝ่ายตรงข้าม ฝ่ายที่ปราชัยจะเป็นฝ่ายละสายตาจากคู่ต่อสู้ก่อน แล้วเริ่มกระบวนการเสพน้ำตาลอย่างเต็มพิกัด ซึ่งให้ผลดีแก่ยอดขายในร้าน...

 

เยี่ยมไปเลย

 

แต่วันนี้เขาคงจะต้องปิดสมรภูมิแห่งนี้ชั่วคราว

แม้ว่าความต้องการทางด้านการเงินของเขาจะสูงมากก็ตาม... ในเมื่อมันเป็นรายได้ทางเดียวของเขาในตอนนี้

 

พีทติดต่อมาว่าภาพถ่ายของเขายังขายไม่ออก แต่เขากำลังต้อนเศรษฐินีนางหนึ่ง ซึ่งแสดงท่าทีสนใจภาพปอมเมอเรเนียนใส่บิกินี่ในอ่างน้ำพุพันช์...

 

รสนิยมแย่เหลือเกิน... เอเดนแสดงความคิดเห็น

 

นี่เป็นภาพที่อาจจะเรียกได้ว่าแย่ที่สุดในบรรดาภาพทั้งหมดที่เขามี เขาอาจจะรักสัตว์ตัวเล็ก ปอมเมอเรเนียนเป็นหนึ่งในนั้น แต่ภาพนั้นมันมีปัญหา แม่นางแบบของเขาช่างเชิดหยิ่งได้ร้ายกาจเหลือเกิน มันไม่ยอมกินอาหารที่ไม่ใช่พรีเมียมเกรด ไม่ยอมลงอ่างยางใส่น้ำธรรมดาที่เอเดนเตรียมไว้ ทั้งยังมีแม่ที่เจ้ากี้เจ้าการอย่างยิ่ง ภาพนี้เขาถูกบังคับถ่าย เพราะเสียค่าตัวให้นางแบบไปแล้ว

 

ภาพนั้นเจ้าปอมเย่อหยิ่งได้น่าหมั่นไส้ แต่เขาจะทำอะไรได้เล่า เมื่อมองร่างเล็กๆ ตากลมๆแบบนั้น แม้มันจะเชิดหน้า หรือเชิดตูดใส่เขาก็เถอะ

 

มันผิดคอนเซ็ปคอเลคชั่นส่วนตัวของเขาเกินไป เขามักจะนำเสนอสัตว์ตัวเล็กๆในท่าทางธรรมชาติ ดูบริสุทธิ์ ใสซื่อ ไร้การปรุงแต่ง

 

เอเดนพนันได้เลยว่าเศรษฐินีรายนั้นจะต้องมีปอมเมอเรเนียนหนีบอยู่ในกระเป๋าชาแนล หรือไม่ก็อาจเป็นชิวาว่าย้อมขนสีชมพู เขาคาดคั้นถามคำถามนี้จากพีท แต่หมอนั่นเลี่ยงตอบท่าเดียว บอกว่าตอนนี้กำลังอยู่ในขึ้นเจรจาต่อรองราคา แล้วเขาน่าจะได้ข่าวดีในอีกไม่นานนี้

 

แล้วมันก็กดตัดสาย

 

นี่เขาตกอับถึงขั้นนี้แล้วเชียวหรือ

ถึงขนาดต้องขายหัวใจศิลปินให้กับเงิน...

เงินไม่ใช่ทุกสิ่งสำหรับเขา

.

.

.

 

เอเดนจัดการส่งเลขบัญชีทางโทรเลขให้พีททันที หลังจากที่ปิดร้าน

เขาเดินกลับทางฟาร์มเกษตร ผ่านโบสถ์ ผ่านสุสาน ไปเรื่อย... อ้อมโลก แต่เขาชอบความเงียบ และการเดินทอดน่อง แต่ดูท่าทางแผนการคงต้องยกเลิก

อากาศมันอบอ้าวบอกไม่ถูก ทั้งๆที่ฤดูใบไม้ร่วงแล้วแท้ๆ แต่มันไม่หนาวเย็นเลย อาจเป็นเพราะฝนตกๆหายๆ ส่วนท้องฟ้าก็แลดูขมุกขมัวเป็นบางช่วง ทว่าวันนี้ฟ้าใสปราศจากเมฆ และเอเดนรู้สึกว่าเขากำลังจะละลาย...

ในตอนที่ได้ยินเสียงกริ๊งๆจากรถจักรยาน...

 

อีวาน บุรุษไปรษณีย์หน้าตาซีดเซียวนั่นเอง ท่าทางอาการแย่ไม่แพ้กันเพราะต้องปั่นจักรยานข้ามสะพานโค้งแบบนั้น เอเดนรู้สึกเหงื่อชุ่มโชกไปทั่วตัว เขาแทบจะแก้ผ้าเดิน ถ้าไม่ห่วงว่าจะถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกโรคจิต

 

ติ๋ง

 

อีวานเงยหน้าขึ้น หอบหนัก แล้วส่งยิ้มให้จางๆ

 

ติ๋ง

 

นี่มันเสียงเหงื่อเขาเองใช่ไหม?

 

ติ๋ง

 

เหงื่อไหล่มาตามกราม ไล้ผ่านลำคอ ก่อนจะมารวมกันที่แอ่งตรงไหปลาร้า...

เซ็กซี่... เสียจนไม่มีดี...

 

ติ๋ง

.

.

.

 

“คุณเอเดน!

เขาโดนตบหน้าไปมา จนต้องลืมตาตื่น มุ่นคิ้ว สงสัยว่าหมอนี่เอาแรงมาจากไหน แต่คิดอีกที ทำไมเขาเงยหน้ามองอีวานในมุมแหงน

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอาการตกใจ หรือว่าอะไร อีวานควักยาพ่นออกมาจากกระเป๋ากางเกง แล้วเริ่มพ่นยาให้ตัวเองเป็นการใหญ่

 

...

 

จนเขาชักไม่แน่ใจว่าใครอาการร่อแร่มากกว่ากัน

 

เอเดนหรี่ตาท้าแดด ได้ยินเสียงอีวานขาดหายเป็นช่วงๆ ค..คุณเอ... แล้วก็หันไปสูดลมในถุงกระดาษหนึ่งเฮือก คุณเอเดน...ป..เป็น...หน้าแดงก่ำเหมือนจะหายใจไม่ออก แล้วก็คว้ายามาพ่นอีกเฮือก

“เป็นอะไรไหมครับ คุณเอเดน!

 

เอเดนอยากจะปาดเหงื่อเพราะลุ้นมากไป แต่เขาพบว่าแขนไม่ร่วมมือกับเจ้าของร่างสักเท่าไหร่

และเขาก็คงขู่จะหักเงินเดือนมันไม่ได้ แย่จริง

เขาอ้าปากจะตอบอีวานที่ดูลุกลี้ลุกลน จนชักน่ากลัวว่าโรคหอบหืดทำท่าจะกลับมาแสดงอาการอีกรอบ จู่ๆก็มีเสียงอี๊ดยาวในหู เขารู้สึกว่าตาพร่า หรือว่านี่จะเป็น...

 

อา... เวลานั้นมันมาถึงแล้วสินะ...

 

“บ...บุหรี่...” เอเดนพึมพำในอ้อมแขนของอีวาน

“บุหรี่เหรอครับ?” อีวานกะพริบตาปริบๆ

“ใน... กระเป๋ากางเกง...”

 

อย่างน้อยก็ขออัดคาร์บอนก่อนตาย

 

เอเดนใช้แรงเฮือกสุดท้าย พยายามจุดบุหรี่ที่คาบไว้แม้มือจะสั่นระริก และแล้วความพยายามครั้งที่หลายสิบก็สำเร็จผล อีวานมองควันอย่างหวาดหวั่น ฝ่ายนั้นไอค่อกแค่ก แล้วรีบเอาถุงครอบจมูกตัวเองอีกรอบ สายตาสอดส่ายไปมา พยายามหาช่องทางเพื่อช่วยเหลือ

 

“จ...จะทำยังไงดี...” อีวานมองซ้ายมองขวา แล้วเริ่มตะโกนเสียงดัง “ช่วยด้วยครับ ช่วยด้วย มีใครอยู่ไหม!

 

การตะโกนในถุงกระดาษไม่ได้ช่วยอะไรเลย แล้วพอตะโกนมากๆ อีวานก็เริ่มไอค่อกแค่ก หน้าซีด หอบจนตัวโยน

 

แต่ดูท่าเขาคงจะต้องตายในวันนี้ซะแล้ว...

 

“ตายล่ะ คุณเอเดน ตัวร้อนจี๋เลย!

 

ร้อนเรอะ? แน่สิ เขาร้อนจนจะสุกอยู่แล้ว

 

เอเดนคิดได้แค่นั้น ก่อนที่หัวของเขาจะว่างเปล่า

.

.

.

 

เขาตื่นขึ้น เพื่อที่จะพบว่าตัวเองถูกฝังอยู่ในกองน้ำแข็ง...

เอเดนนอนอยู่บนเตียงตัวเอง ตอนแรกเขาเกือบจะจำมันไม่ได้ด้วยซ้ำ น้ำแข็งใส่ในถัง กาละมัง แจกัน หม้อ และสารพัดภาชนะที่จะใส่ได้วางล้อมร่างชายหนุ่ม จนเอเดนรู้สึกราวกับว่าตัวเองเป็นเจ้าหญิงนิทราที่ล้อมรอบด้วยดอกไม้ แต่เขาว่าในสถานการณ์เช่นนี้คงเหมาะจะเป็นสโนว์ควีนมากกว่า

เมื่อหันซ้าย แลขวา แสงแดดที่ผ่านหน้าต่างกับดูสว่างอย่างบอกไม่ถูก

เขาหรี่ตามองคนเฝ้าเตียงหน้าโทรมๆ  แล้วมุ่นคิ้ว

 

ใครวะ?

 

เจ้าคนนั้นยิ้มแห้งๆ เหมือนจะรู้แน่ะว่าคิดอะไร

 

“อีวาน แอสเทอร์ไงล่ะครับ เอ่อ... บุรุษไปรษณีย์”

 

อ้อ

 

“คุณมีไข้ครับคุณเอเดน”  อีวานพูดใกล้ๆ มือบิดผ้าขนหนูอย่างเชี่ยวชาญ

 

“ไข้? เอเดนเลิกคิ้วสูง เขาไม่ได้เป็นหวัดมานานกี่ปีแล้วนะ ล่าสุดก็เมื่อตอนเขาอยู่ประถมล่ะมั้ง ความจำเขาไม่ได้ดีเยี่ยมถึงปานนั้น

 

“ช่วงนี้อากาศเปลี่ยน ต้องดูแลสุขภาพหน่อยนะครับ”

 

เอเดนนึกถึงวันที่ตากฝนกับกร บางทีไข้หวัดอาจจะอยู่ในระยะฟักตัว แต่เขาก็ปกติดี แค่รู้สึกว่ามันร้อน

 

ร้อนเกินไป

 

“ช่วยสาดน้ำแข็งเพิ่มแถวนี้อีกหน่อยได้ไหม” เอเดนมองกาละมังที่เขากอดไว้จนน้ำแข็งละลายหมดเกลี้ยง อีวานมองน้ำในถังอึ้งๆ เขากลับมาพร้อมน้ำแข็ง เอเดนเอามันแตะที่หน้า ตัว และหัว

 

เย็นฉ่ำ

 

“เอ่อ... ผมว่ามันจะทำให้ไข้ขึ้นยิ่งกว่าเดิมนะครับ” อีวานปรามอึกอัก มือนั้นเอื้อมมา เอาผ้าขนหนูเช็ดหน้าให้เขา แต่แล้วก็ผงะถอย มองหน้าตาตื่น

 

ในเมื่อเอเดนสะดุ้งสุดตัว

 

บ้าจริง!

 

“ไม่มีอะไร แค่กล้ามเนื้อกระตุก” เขาแก้ตัวไป เบนสายตาไปทางถังน้ำแข็ง “มันนอนนานไปหน่อย” เขายังคงพยายามสร้างบัลลังก์น้ำแข็งให้ตนเองอย่างเอาเป็นเอาตาย ทว่าอีวานยังคงนิ่งค้างเป็นหิน

 

“น้ำแข็งแค่นี้ไม่ทำให้ฉันเป็นหวัดหรอก” เอเดนเฉไปเรื่องอื่น

 

“จะไม่เป็นอะไรได้ไงล่ะครับเนี่ย” อีวานมองเขาด้วยสายตาคุณครูผู้พยายามปรามเด็กที่เล่นซน

 

เอเดนนิ่งคิดเล็กน้อย

 

ความทรงจำของเขาต้องใช้เวลากู้ข้อมูลนานกว่าชาวบ้านหน่อย

 

อืม...

 

“ฉันมาจากแถบไซบีเรีย ความเย็นกับคนรัสเซียมันถูกกัน”

 

เอเดนให้ความมั่นใจ อันที่จริงแล้วร่างกายเขาออกจะแข็งแรง ทนทาน ด้าน ชนิดที่แมงกะจั๊วะยังอาย แล้วยังปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมได้ดียิ่งกว่าสัตว์เลื้อยคลานตอนที่ดาวหางฮัลเลย์พุ่งเข้าชนโลก จนได้รับการขนานนามว่าเป็นไพรเมทที่ผ่านการคัดสรรค์ทางธรรมชาติมาอย่างดีเยี่ยม จากเพื่อนร่วมงานในทีมสารคดีที่ลุยป่าฝ่าดงมาด้วยกัน และถูกโหวตว่าจะเป็นหนึ่งในผู้อยู่รอด หากน้ำท่วมโลกจากภาวะโลกร้อน

 

แต่เขาแพ้อย่างเดียว...

ความร้อน

 

มันเลยทำให้โอกาสรอดชีวิตในวันโลกแตกของเขาลดลงอย่างน่าเสียดาย

 

ทะเลทรายคือนรกบนดินสำหรับเอเดน เขาต้องพกกระติกน้ำเป็นลิตรๆติดตัว ห่อตัวในผืนผ้า พยายามรักษาความชื้นในร่างกาย กางร่ม ใส่แว่นกันแดด ทาซันบล็อค กินลูกอมรสมิ้นแบบเย็นฉ่ำคอ...

และอีกมากมาย

 

เอเดนลูบลำคอตัวเองที่ชื้นเหงื่อก่อนหน้านี้ อีวานดูเหมือนจะรู้ อีกฝ่ายยื่นผ้าขนหนูให้อย่างกระตือรือร้น เขารับมา ตอนที่ร่างกายเริ่มรับรู้ช้าๆว่าเขากำลังหิว

 

“อยากทานอะไรไหมครับ”

 

คำถามของอีวานทำให้เขาเบิกตาโต แต่แล้วเขาก็ปรับสีหน้าอย่างรวดเร็ว

 

“พีชเชื่อม อยู่ในตู้ข้างล่าง”

 

เมื่ออีกฝ่ายเปิดโอกาสให้ใช้ประโยชน์เขาก็ฉวยมันไว้เสมอ และดูเหมือนฝ่ายนั้นก็ชอบให้ฉวยโอกาสด้วยนะ เอเดนคิดขณะมองสีหน้าระรื่นของอีกฝ่าย

 

อีวานกลับมา แต่พีชเชื่อม...

 

“อุ่น...”

 

“เอ๋?

 

“มันไม่เย็น...”

 

“อ้อ... งั้นเดี๋ยวผมเอาไปเติมน้ำแข็งให้นะครับ รอเดี๋ยวนะครับ!

 

แล้วอีกฝ่ายก็กลับมาพร้อมพีชเชื่อมเย็นฉ่ำ

 

เอเดนละเลียดกินทีละน้อย ทีละน้อย

.

.

.

 

 

“หิวหรือยังครับ”

 

อีวานฉีกยิ้ม รีบส่งคำถามทันทีเมื่อเห็นถ้วยว่าง ความจริงมันดูเหมือนยิ้มเนือยๆเหนื่อยๆ แต่ก็นี่ล่ะนะ มันดูเหมือนกับว่าความเนือยและเหนื่อยจะเป็นของคู่กันกับบุรุษไปรษณีย์หน้าตาอมโรคคนนี้

 

“อยากทานอะไรเป็นพิเศษไหมครับ”

 

คำถามที่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะมั่นใจในฝีมือปลายจวักของตนเองอยู่พอดู

 

“ซุปหัวหอม”

 

“อ้อ คุณอยากกินอะไรเบาๆใช่ไหมครับ งั้นรอเดี๋ยวนะ!

 

อีวานหายไป แล้วกลับมาพร้อม...

 

เอเดนมองอาหารในถ้วยโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า “นี่มันอะไร”

 

“แกงจืดหัวหอมไงครับคุณเอเดน ผมใส่หอมใหญ่แบบเต็มพิกัดเลยนะครับ ตอนแรกว่าจะใส่หมูสับ แต่มันคงจะไม่เป็นแกงจืดหัวหอม”

 

อีวานมองยิ้มๆ ราวกับรออะไรบางอย่าง

 

“ฉันหมายถึงซุปหัวหอมฝรั่งเศส”

 

“เอ๋?

 

“ช่างเถอะ” เอเดนปัดผ้าห่มออกจากตัว ร่างกายโอนเอนเล็กน้อย แต่เขาก็ยังฝืนสังขารลงเข้าครัว เกือบจะล้มตกบันไดครั้งหรือสองครั้งเมื่อเผชิญกับอาการลุกลี้ลุกลนของบุรุษไปรษณีย์ ผู้มองอย่างเป็นห่วงและพยายามขวางทางอย่างกล้าๆกลัวๆ

 

“คุณเอเดน คุณต้องนอนพักนะ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ผม ผมทำได้!

 

เอเดนประคองมีดที่สั่นกึกๆแล้วลงมือซอยหอมอย่างน่าหวาดเสียว เขามุ่นคิ้ว เหงื่อตก ดูเหมือนจะกะระยะได้ยากกว่าเดิม หอมเลยหนาๆบางๆไม่เท่ากันสักชิ้น กระนั้นความเร็วของเขาก็ไม่ตก จนคนมองเสียวว่าถ้าลงมีดอีกฉับหนึ่งแขนของเขาอาจกระเด็นไปติดข้างฝา

 

เขาจะไม่ยอมเปลี่ยนวิถีแห่งไลฟ์สไตล์ ต่อให้ต้องตาย!

 

เอเดนไม่รู้ตัวเลยว่าความมุ่นมั่นของเขาทำให้ใบหน้าของเขาเครียดจัดจนเส้นขึ้นที่ขมับ

 

“บอกผมสิครับว่าต้องทำอะไรบ้าง เดี๋ยวผมทำให้!

 

เอเดนชะงักกึก

 

“เอางั้นเรอะ?

 

อีวานพยักหน้าถี่

 

เขานิ่งไปอีก

 

“ก็ได้”

 

 

 

“หอมต้องผัดให้เหลืองกว่านั้น”

 

“ครับ!

 

“เคี่ยวไปสี่สิบห้านาที”

 

“ครับ!

 

“ฉันบอกให้เปิดไฟสูงก่อน แล้วค่อยปรับเป็นไฟต่ำไงเล่า!

 

“ครับ!

 

“อย่าลืมอุ่นเตาอบไว้ก่อน!

 

“ครับ!

 

“กี่องศา!

 

“สี่ร้อบห้าสิบองศาฟาเรนไฮน์ครับผม!

 

“ขนมปัง!

 

“ครับ!

 

“ชีส!

 

“ครับ!

 

 

 

 

 

 

 

เอเดนรู้สึกว่าเขากำลังเล่นบทแม่เลี้ยงใจร้าย...

และเขาไข้ขึ้นในวันถัดมา...

 

อาจเป็นเพราะสวรรค์ลงโทษก็ได้

เขาต้องปิดร้านอีกหนึ่งวัน แต่หลังจากนั้นก็หายเป็นปลอดทิ้ง

ต้องยกคุณงามความดีให้กับน้ำแข็ง พีชเย็นๆ และซุปหัวหอมดีๆถ้วยนั้น

.

.

.

 

 

 

เขาลืมใบหน้าเหนื่อยอ่อนของบุรุษไปรษณีย์ ผู้ลาลับจากประตูบ้านด้วยสภาพที่โทรมกว่าเดิมไปอย่างสนิทใจ...